กิฟุจังหวัดเดียวเที่ยวได้ไร้ขีดจำกัด

ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาที่ล้อมรอบโอคุฮิดะ
หรือเมืองกุโจฮาจิมังและทาคายามะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ไปจนถึงเมืองที่คึกคักอย่างกิฟุ แต่ละพื้นที่ของจังหวัดกิฟุมีตัวเลือกที่หลากหลายให้คุณ
และเป็นตัวเลือกที่ไม่เหมือนใครด้วย สถานที่ 8 แห่งต่อไปนี้คือที่ที่คุณไม่ควรพลาด

กิฟุ
กิฟุ

ตอนเหนือ

Okuhida

โอคุฮิดะ

เขตโอคุฮิดะของจังหวัดกิฟุเป็นประตูสู่ตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น
ลมเย็นสบายและวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจในฤดูร้อนทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของนักเดินเขา
ขณะที่ในฤดูหนาวแถบนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากมาย
ทั้งเล่นสกีและเดินป่าด้วยรองเท้าย่ำหิมะ (snowshoeing)
คุณจะได้เห็นวิวเทือกเขาแบบพาโนรามาตลอดทั้งปีจากกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ

สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ยอดเขาสูงสองพันเมตรและสามพันเมตรของโอคุฮิดะ
คือหมู่บ้านแบบชนบทหลายแห่ง หมู่บ้านเหล่านี้มีเรียวกังหรือก็คือโรงแรมแบบดั้งเดิม
ที่ผู้มาพักจะได้นอนในห้องเสื่อทาทามิ
ได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นอย่างเนื้อวากิวของฮิดะ และได้แช่ในบ่อน้ำร้อนให้รู้สึกสบาย
หมู่บ้านในหุบเขามีบ่อแช่น้ำร้อนกลางแจ้งมากที่สุดในญี่ปุ่น
และแน่นอนว่าเวลาแช่น้ำก็จะได้ชมวิวภูเขาที่สวยงามไปด้วย

นอกจากจะสามารถเดินทางด้วยรถบัสจากในกลางเมืองทาคายามะเพียงชั่วโมงเดียวแล้ว
โอคุฮิดะยังเข้าถึงได้ด้วยรถบัสจากจังหวัดข้างเคียงอย่างนากาโนะและโทยามะ
โดยหากขับรถจากเมืองมัตสึโมโตะจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง และสองชั่วโมงจากเมืองโทยามะ
การเช่ารถเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีที่คุณจะใช้เดินทางไปรอบๆ แถบนี้ของกิฟุ

ูที่พักในพื้นที่นี้
Gero

เกโระ

เกโระถือเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นสามเมืองที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น
สิ่งที่ขึ้นชื่อคือน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและธรรมชาติที่เป็นฉากหลังอันงดงาม

กิฟุตั้งอยู่บนเส้นทางแม่น้ำฮิดะและมีภูเขาล้อมรอบ
มีบันทึกเกี่ยวกับการแช่น้ำร้อนในเกโระมานานกว่าพันปี
น้ำที่มีความเป็นด่างและใสของที่นี่มีชื่อเสียงมาหลายชั่วอายุคน
ว่าช่วยทำให้ผิวเรียบลื่นและชุ่มชื้น คุณสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองจากอ่างแช่น้ำสาธารณะแบบเปิดที่มีอยู่มากในเกโระ
แต่หากคุณเขินอายที่จะลงแช่น้ำกับคนอื่นก็ไม่ต้องกังวล
ที่นี่ยังมีบ่อแช่เท้ากระจายอยู่ทั่วเมือง และยังมีบ่อแช่แบบส่วนตัวด้วย

สำหรับนักเดินทางที่อยากจะซึมซับวัฒนธรรมกิฟุ เกโระก็มีโรงแรมแบบดั้งเดิมหลายสิบแห่งให้ลองพัก
บ้างก็มีบ่อในโรงแรม บ้างก็เป็นบ่อกลางแจ้ง หรือทั้งสองอย่าง
โรงแรมเหล่านี้มีจุดเด่นที่ห้องพักที่ปูเสื่อทาทามิและอาหารเป็นเซ็ตที่ปรุงแบบตำรับท้องถิ่น
นอกจากนี้เกโระยังเดินทางเข้าถึงได้ง่ายด้วยรถไฟ
ใช้เวลา 50 นาทีจากทาคายามะและ 90 นาทีจากนาโกย่า

ูที่พักในพื้นที่นี้
Takayama

ทาคายามะ

เมืองทาคายามะในกิฟุเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์
เห็นได้จากชุมชนที่บ้านไม้โบราณเรียงรายสองข้างทาง
และในงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่มีอายุกว่า 300 ปี
โดยเฉพาะเวลาที่มีขบวนแห่ไปในย่านเมืองเก่า
คุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ของทาคายามะในอีกทางหนึ่งผ่านเหล้าสาเกของท้องถิ่น
ที่พัฒนาเทคนิคการหมักมานับศตวรรษ สาเกนี้จับคู่กับอาหารท้องถิ่นอย่างเนื้อวากิวฮิดะได้อย่างลงตัว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะใช้เวลาที่ทาคายามะที่นี่ก็มีตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย
ตั้งแต่เรียวกังระดับกลางไปจนถึงระดับสูงที่มีห้องพักเสื่อทาทามิ
หรือมินชูกุซึ่งเป็นที่พักแบบเบดแอนด์เบรกฟาสต์ราคาเป็นมิตร
นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบตะวันตกให้เลือกอีกหลากหลายเช่นกัน

คุณสามารถเดินทางภายในจังหวัดกิฟุไปทาคายามะได้ด้วยรถไฟ JR
ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจากสถานีกิฟุและ 50 นาทีจากสถานีเกโระ
ทาคายามะยังเชื่อมต่อถึงคานาซาวะและโตเกียวผ่านโทยามะด้วยรถไฟชินคันเซ็นสายโฮคุริคุ
และถ้าคุณมีเวลาสั้นๆ หรืออีกสักหนึ่งคืนให้พักที่เมืองนี้
คุณอาจใช้เวลา 15 นาทีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR ทาคายามะไปฮิดะ-ฟุรุคาวะ
ซึ่งมีย่านเมืองเก่าและล้อมรอบไปด้วยวิวอันงดงามของเทือกเขากับนาข้าวที่แผ่กว้างออกไป

ทาคายามะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ ฮิดะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้
Shirakawa-go

ชิราคาวะโก

ชิราคาวะโกเป็นหมู่บ้านที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก
คุณจะเห็นทิวทัศน์ที่โด่งดังที่สุดในกิฟุและญี่ปุ่นได้ที่หมู่บ้านนี้
หลังคามุงฟางสูงชันของบ้านยิ่งดูสวยมากขึ้นไปอีกเมื่อทั้งหมู่บ้านถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาหลายเมตรในฤดูหนาว
และเมื่อนาข้าวมีสีเขียวสดในฤดูร้อน

หากอยากได้ประสบการณ์พิเศษเหมือนกลับไปใช้ชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นในอดีต
บ้านบางหลังในชิราคาวะโกก็มีที่พักสำหรับแขกเช่นกัน แม้จะรองรับได้จำนวนไม่มาก
ให้อารมณ์ชนบทโดยมีจุดเด่นอยู่ที่เตาไฟฝังพื้น คานไม้เก่า และห้องเสื่อทาทามิ
นักท่องเที่ยวสามารถพักในโรงแรมแบบเรียวกังก็ได้ หรือแบบห้องพักตะวันตกก็มีให้เลือก

ชิราคาวะโกตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่เต็มไปด้วยภูเขาของกิฟุ
สามารถเดินทางมาจากเมืองทาคายามะโดยใช้เวลา 50 นาทีด้วยรถบัส
นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางด้วยรถบัสจากคานาซาวะ (85 นาที) และนาโกย่า (3 ชั่วโมง)
ทั้งสองเมืองนี้สามารถเดินทางจากโตเกียวมาได้ด้วยชินคันเซ็น

ูที่พักในพื้นที่นี้

ตอนกลาง

Gifu City

เมืองกิฟุ

จากปราสาทกิฟุบนยอดเขามองลงมาจะเห็นเมืองกิฟุซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกิฟุ
ปราสาทแห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นแห่งหนึ่งของผู้นำทหารโนบุนากะ โอดะ ในศตวรรษที่ 16
และถึงแม้ปราสาทปัจจุบันจะเป็นอาคารที่สร้างใหม่ทิวทัศน์ที่มองลงมาก็ยังมองเห็นได้กว้างไกลเหมือนเดิม

เมื่อมองลงไปที่ด้านล่างจะเห็นแม่น้ำนาการะ
ทุกเย็นช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมชาวประมงจะมาจับปลาโดยใช้วิธีการจับปลาแบบอุไคในแม่น้ำนี้
อุไคเป็นวิธีการจับปลาอะยุด้วยนกกาน้ำซึ่งเป็นประเพณีที่ทำกันมา 1,300 ปี
ที่ใกล้ๆ กันคือย่านคาวาระมาจิซึ่งมีอาคารโบราณตั้งอยู่รวมกัน
ภายนอกอาคารเป็นระแนงไม้ทุกวันนี้ อาคารจำนวนหนึ่งกลายมาเป็นร้านค้าและคาเฟ่
ที่นี่มีบรรยากาศตัดกับย่านอื่นๆ ในกิฟุซึ่งมีความทันสมัยและมีกิจกรรมและที่พักหลากหลายให้เลือก
ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมแบบตะวันตกหรือที่พักสไตล์เรียวกัง

สถานีกิฟุอยู่ห่างออกไปจากนาโกย่าเพียง 20 นาทีทางรถไฟ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปนาโกย่าได้ไม่ยากจากโตเกียว
ด้วยรถไฟชินคันเซ็นสายโทไคโด (1 ชั่วโมง 40 นาที)และจากโอซาก้า (50 นาที)

ูที่พักในพื้นที่นี้
Gujo, Seki and Mino

กุโจ เซกิ และมิโนะ

แม่น้ำสายนี้หล่อหลอมประเพณีและวัฒนธรรมของเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก
นอกจากนี้แม่น้ำยังเป็นบ้านให้ปลาอะยุในฤดูร้อน
และยังมีบทบาทสำคัญต่อประเพณีการทำกระดาษวาชิของมิโนะที่มีมายาวนานกว่า 1,300 ปี
และประเพณีการทำดาบและมีดของเซกิซึ่งทำสืบต่อกันมากว่า 700 ปี

ที่กุโจฮาจิมังมีน้ำไหลผ่านรอบเมืองด้วยระบบทางน้ำอายุ 400 ปี
ทำให้เมืองนี้มีเสียงน้ำไหลเบาๆ คลอตลอดเวลา ถนนหนทางเก่าแก่ของที่นี่เป็นฉากสำหรับกุโจโอโดริ
ซึ่งก็คือเทศกาลเต้นระบำของกิฟุที่เริ่มราวช่วงปี 1600
และปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลฤดูร้อนที่จัดขึ้นเป็นเวลา 33 คืน

นักท่องเที่ยวที่พักที่กุโจ เซกิ และมิโนะสามารถเลือกได้ว่าจะพักที่โรงแรมแบบเรียวกัง
แบบมินชูกุหรือเบดแอนด์เบรกฟาสต์หรือแบบตะวันตก
ทั้งสามเมืองเดินทางมาได้ด้วยรถไฟสายนาการะกาวะและรถบัสจากทั่วทั้งจังหวัด

กุโจ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ เซกิ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ มิโนะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ มิโนคาโมะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ ทาคายามะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้

ตะวันออกเฉียงใต้

Southeast

ตะวันออกเฉียงใต้

กิฟุฝั่งตะวันออกรุ่มรวยไปด้วยประเพณีวัฒนธรรม นากะเซ็นโดซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและการติดต่อที่สำคัญ
ระหว่างญี่ปุ่นฝั่งตะวันออก (โตเกียว) กับฝั่งตะวันตก (เกียวโต) ในศตวรรษที่ 17 ถึง 19
พาดผ่านกิฟุซึ่งมีเมืองที่เป็นจุดแวะพักหลายเมืองที่นี่
มาโกเมะจูคุเป็นหนึ่งในเมืองที่ยังคงสภาพเมืองโบราณไว้ได้ดีที่สุด
ที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เดินทางย้อนกลับไปในอดีต

นอกจากนี้ บริเวณที่ครอบคลุมเมืองทาจิมิ โทกิ และมิซุนามิยังเป็นแหล่งของเครื่องปั้นดินเผามิโนะ
ซึ่งเป็นงานฝีมือที่มีความเก่าแก่กว่า 1,300 ปี
เครื่องปั้นดินเผามิโนะในปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิด ไม่ว่าจะแบบทำด้วยมือหรือแบบโรงงานผลิต
มิโนะเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีการผลิตมากที่สุดในบรรดาเครื่องปั้นทั้งหมดของญี่ปุ่น

ส่วนเรื่องที่พัก
มาโกเมะจูคุและเมืองอื่นๆ ที่อยู่ตามเส้นทางนากะเซ็นโดเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้พักที่โรงแรมและบ้านแบบดั้งเดิมที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างดี
ขณะที่ส่วนอื่นๆ ของพื้นที่นี้ก็มีที่พักทุกแบบที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมแบบโมเดิร์นไปจนถึงเรียวกัง
คุณสามารถเดินทางมายังพื้นที่นี้ได้อย่างง่ายดายจากนาโกย่าด้วยรถไฟ JR และรถบัส

มิซุนามิ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ ทาจิมิ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ โทกิ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ เอนะ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ นาคัทสึกาวา: ดูที่พักในพื้นที่นี้

ตะวันตกเฉียงใต้

Southwest

ตะวันตกเฉียงใต้

คนญี่ปุ่นในอดีตมองว่ากิฟุเป็นชุมทางระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของญี่ปุ่น
ทำให้เมืองอย่างเซคิกาฮาระเป็นเมืองที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สำหรับผู้ที่ต้องการครองอำนาจในญี่ปุ่น
อดีตจุดแวะพักเซคิกาฮาระจูคุซึ่งอยู่บนเส้นทางการค้านากะเซ็นโดนั้น
ถือกันว่าเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างเมืองมาโกเมะจูคุที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้และเมืองเกียวโต

นอกจากจะได้สัมผัสเส้นทางนากะเซ็นโดแล้ว
นักท่องเที่ยวยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหนึ่งในสงครามที่ขึ้นชื่อที่สุดของญี่ปุ่น นั่นก็คือสงครามเซคิกาฮาระ
ในปีค.ศ. 1600 ขุนศึกโทคุกาวะ อิเอยาสุ นำทัพชนะสงครามกับญี่ปุ่นตะวันตกที่ทุ่งแห่งนี้
และนำญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสงบสุข 265 ปีภายใต้การปกครองของตระกูลโทคุกาวะ
ทุกวันนี้บางส่วนของสนามรบนั้นยังคงได้รับการรักษาไว้
พร้อมกับพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่บันทึกประวัติศาสตร์หน้านั้นไว้ด้วย

หากต้องการสัมผัสประเพณีให้มากกว่านี้
ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดกิฟุจะมีการจัดงานเทศกาลโอกากิ
ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้โดยองค์การยูเนสโก
เป็นเวลากว่า 350 ปีแล้วที่ประเพณีนี้ได้รับการจัดขึ้น
โดยจะมีการแห่รถแห่ขนาดใหญ่ไปภายใต้เงาของปราสาทโอกากิ
หากเดินทางโดยรถไฟ เซคิกาฮาระและโอกากิจะใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงจากโตเกียวและโอซาก้า
และ 45 นาทีจากนาโกย่า

เซคิกาฮาระ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ โอกากิ: ดูที่พักในพื้นที่นี้ โยโระ: ดูที่พักในพื้นที่นี้

ค้นหาที่พัก

Booking.com